|
ตามที่ทราบโดยทั่วไปแล้วว่าฟันมีหน้าที่บดเคี้ยวอาหาร โดยที่ตำแหน่งของการสบฟันจะมีผลต่อระบบของการบดเคี้ยว ฟันที่อยู่ผิดตำแหน่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการ
สบกระแทกฟันตรงกันข้าม ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ เช่น ฟันผุ โรคเหงือก หรือโรคปริ
ทันต์
การรักษาทางทันตกรรมจัดฟันนั้นเป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต
และการพัฒนา ทันตแพทย์เฉพาะทางจะเป็นผู้วางแผนการจัดการแก้ไขความไม่สม
ดุลย์
ต่างๆที่เกิดขึ้นให้กลับสู่สภาพปกติ โดยที่โครงสร้างถูกปรับเปลี่ยนไป รวมถึงฟันที่ถูก
เลื่อนไปซึ่งเกิดจากการใช้แรงอย่างละเอียดอ่อน ทั้งจากเครื่องมือภายนอกและภายใน
ช่องปากเป็นตัวกระตุ้น กระดูกที่ล้อมรอบฟันจะเกิดการละลาย ทำให้เกิดกระดูกใหม่
แบบค่อยเป็นค่อยไป และเกิดการเคลื่อนของฟันในอัตราส่วน 1 มิลลิเมตร ต่อ 1
เดือน ทันตแพทย์ต้องใช้กลวิธีที่นุ่มนวลในการเคลื่อนฟันเนื่องจากฟันประกอบด้วย
เซลล์สิ่งมีชีวิตเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ผลจากการเคลื่อนตำแหน่งฟันและขา
กรรไกรทำให้รูปร่างของใบหน้าทั้งด้านหน้าและด้านข้างเปลี่ยนไป และการพูดอาจจะ
เปลี่ยนตามไปด้วยค่ะ
ก่อนที่เราจะได้จัดฟัน เพื่อให้การจัดฟันเป็นไปตามขั้นตอนและบังเกิดผลดีที่สุด
จึงจำเป็นต้องมีข้อมูลดังต่อไปนี้คือ 1)ประวัติของผู้ป่วย 2)การวิเคราะห์การสบฟัน
3)แผ่นฟิล์มภาพถ่ายรังสีของโครงร่างฟันทั่วทั้งปาก 4)ภาพถ่ายใบหน้าและฟัน 5)
แบบจำลองเพื่อการวินิจฉัย 6)ภาพถ่ายรังสีของฟันแต่ละซี่
หลังจากการตรวจอย่างละเอียดแล้ว ทันตแพทย์จะนัดมาสรุปปัญหาตำแหน่งขา
กรรไกรและฟัน ซึ่งมีลักษณะหลากหลายของแต่ละบุคคล พร้อมทั้งพูดคุยให้ทราบถึง
แผนการรักษาและทางเลือกในกรณีที่มีทางเลือกมากกว่าหนึ่งทางเลือก ตลอดจนข้อ
ปฏิบัติต่างๆ เวลาของการรักษา และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
ก่อนที่จะลงมือจัดฟัน ควรให้ทันตแพทย์ดูแลเรื่องฟันผุ และทำความสะอาดก่อน
เพื่อให้สภาพเหงือกและฟันอยู่ในสภาพที่พร้อมจะจัดฟัน
ระยะเวลาโดยทั่วไปทันตแพทย์จะนัดประมาณ 1 เดือน เพื่อที่จะปรับหรือ
เปลี่ยนเครื่องมือเพื่อให้ฟันเข้าสู่ตำแหน่งที่เหมาะสม ในช่วงเวลา 1 เดือนนี้ขณะที่ฟัน
กำลัง
เข้าสู่กระบวนการเคลื่อนฟัน ผู้ป่วยจะเป็นบุคคลสำคัญในการเคลื่อนของฟันและเป็น
ผู้เดียวที่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่างๆต่อตัวฟันและเหงือก ผู้ป่วยต้องให้
ความร่วมมือเป็นอย่างดี บางครั้งผู้ป่วยไม่ให้ความร่วมมือจะทำให้การรักษาไม่ดีหรือ
ไม่บังเกิดผลเท่าที่ควร จึงต้องยืดระยะเวลาการรักษาออกไปอีก ทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่ม
มากขึ้น หรืออาจจำเป็นต้องยกเลิกการรักษาได้
การรักษาความสะอาด แน่นอนว่าจะต้องมีมากกว่าปกติเพราะว่าเครื่องมือที่ติด
บนตัวฟันนั้นจะมีเศษอาหารติดอยู่ได้ง่ายจำเป็นต้องรักษาความสะอาดอยู่เสมอๆ
เพื่อให้น่าดูและไม่เป็นที่รังเกียจของบุคคลอื่นๆที่สนทนาด้วย ผู้ป่วยควรแปรงฟัน
หลังอาหารทันทีทุกมื้อทั้งที่บ้านและที่อื่นๆ โดยเฉพาะก่อนนอนเพื่อรักษาฟันให้
สะอาดอยู่เสมอ ถ้าพบว่าไม่สามารถทำได้ต่อไปก็อาจจำเป็นต้องหยุดการรักษาและ
ถอดเครื่องมือออก เพื่อไม่ให้ฟันเกิดอันตรายอย่างถาวร เครื่องมือไม่ได้ทำอันตราย
ต่อตัวฟันแต่เป็นเศษอาหารที่ติดอยู่บนเครื่องมือต่างหากที่ต้องระวัง จึงย้ำนักว่าให้
ดูแลรักษาสุขภาพช่องปากให้ดีเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่างๆตามมาอีก
ถ้ามีคำถามเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพฟัน และอื่น
ๆ ส่งมาได้ที่ี่
yourdentistinter@hotmail.com
|