ผู้ป่วยที่ไม่มีฟันทั้งปากหรือเฉพาะขากรรไกรบนหรือล่าง
สันเหงือกที่หลงเหลืออยู่ มากบ้างน้อยบ้าง ตามระยะเวลาการสูญเสียฟัน และสาเหตุแห่งการสูญเสีย สามารถแบ่งลักษณะของสันเหงือกซึ่งบ่งชี้รูปแบบ
ของการบูรณะฟัน ได้เป็น3 ลักษณะ(Rosenstiel,Land,Fujimoto:Contemporary fixed prosthodontics second edition,page
293) คือ
1.มีการละลายของกระดูกน้อย สามารถทำรากเทียมและฟันปลอมติดแน่นชนิดโลหะเซรามิคได้ โดยให้ความสวยงามและเป็นธรรมชาติ
2.มีการละลายของกระดูกปานกลาง สามารถทำฟันปลอมติดแน่นเป็นแบบเรซิ่นโลหะที่อาจมีโครงสร้างเหมือนเหงือกร่วมด้วย
3.มีการละลายของกระดูกมากทำได้เพียงฟันปลอมถอดได้วางบนรากเทียม
ในปัจจุบันผู้คนให้ความสนใจในเรื่องความสวยงามอย่างเป็นธรรมชาติกันมากขึ้นการทำรากเทียมและฟันปลอมแบบติดแน่นให้ใช้งานได้เท่านั้นจึง
อาจไม่ก่อให้เกิดความพึงพอใจสูงสุดได้
โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่มาพบทันตแพทย์มักมีสันเหงือกเป็นแบบที่ 2หรือ3 แทบทั้งนั้น เพราะไม่ค่อยได้มีการเตรียมรักษาสันเหงือกเอาไว้อย่างดี
ด้วยการเติมกระดูกเทียมภายหลังที่ถอนฟันไปแล้ว มักปล่อยให้สันเหงือกยุบตัวไปตามยถากรรม หรืออาจใส่ฟันปลอมถอดได้ที่ไม่เหมาะสมทำให้สัน
เหงือกเสียหายหนักเข้าไปอีก หรือมาพบเมื่อสูญเสียฟันไปเป็นระยะเวลานาน
เพื่อความสมบูรณ์แบบแล้วทันตแพทย์มักแนะนำผู้ป่วยสันเหงือกชนิดที่2ให้ ทำการเติมกระดูกและเนื้อเยื่อให้ได้แบบที่1 ก่อนแล้วจึงทำรากเทียม
ในตำแหน่งที่เหมาะสมแล้วทำฟันปลอมติดแน่นต่อไป
ข้อดีคือได้ฟันปลอมติดแน่นที่มีโครงสร้างของกระดูกและเหงือกใกล้เคียงฟันธรรมชาติ
ข้อเสียคือใช้เวลานาน ไม่มีฟันใช้งานช่วงระยะเวลาหนึ่ง ค่าใช้จ่ายสูง อาจต้องเจ็บตัวเพิ่มจากการทำศัลยกรรมกระดูก ต้องการการดูแลคง
สภาพอย่างดี
การสร้างกระดูกใช้เวลามากกว่า3 เดือนขึ้นไปและอาจจำเป็นต้องทำมากกว่า1ครั้ง และในขั้นตอนนี้ผู้ป่วยจะไม่สามารถใส่ฟันปลอมได้ จนกว่า
การเตรียมกระดูกจะเสร็จสิ้นเพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนการสร้างของกระดูก ในบางกลุ่มที่จำเป็นต้องเข้าสังคมจะไม่สามารถรับทางเลือกนี้ได้แม้จะ
ให้ผลที่ดีก็ตาม
การทำฟันปลอมทั้งปากติดแน่นชนิดที่มีเรซิ่นจึงสามารถนำมาช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้เพราะไม่ต้องเติมกระดูกหรือเติมก็เพียงเล็กน้อยเพื่อช่วยเรื่อง
ความอูมนุนของเหงือกเท่านั้น
ข้อดีคือทำได้รวดเร็ว สามารถใส่ฟันปลอมได้เร็วหรือเกือบจะทันที ค่าใช้จ่ายน้อยกว่า ไม่ต้องเจ็บตัวมาก ทำความสะอาดง่าย
ข้อเสียคือรากเทียมไม่อยู่ในตำแหน่งที่ดี อาจต้องใช้จำนวนรากเทียมมากขึ้น จำกัดเรื่องความสวยงาม ความแข็งแรง
สันเหงือกชนิดที่3 ก็อาจสามารถทำให้เป็นแบบที่2หรือ1ได้ โดยอาศัยเวลาและความยุ่งยากทางศัลยกรรมมากขึ้น
ในกลุ่มสูงอายุ สูบบุหรี่หรือมีโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยง มักไม่แนะนำให้ทำศัลยกรรมที่ยุ่งยากซับซ้อนหรือการรักษาที่ต้องใช้เวลานาน ต่อเนื่อง
ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่ใส่ฟันปลอมแบบถอดได้ทั้งปากหรือผู้ที่กำลังจะต้องสูญเสียฟันทั้งปากและต้องการฟันปลอมแบบติดแน่น
คือ ปรึกษาทันตแพทย์เพื่อทำรากเทียมโดยทันตแพทย์จะทำการตรวจ เอ็กซเรย์ อย่างละเอียด ส่งปรึกษาแพทย์ในรายที่จำเป็น อาจต้องทำฟันปลอม
ชุดใหม่ถ้าผู้ป่วยไม่มีฟันปลอมที่เหมาะสมอยู่แล้ว แล้วจึงทำรากเทียมตามแผนการรักษา ที่ได้ตกลงกันไว้
โดย ทันตแพทย์หญิงจิราวรรณ นิลมาก สอบถามเพิ่มเติมที่ 02-311-2158