 |
งานนี้วางแผนการเดินทางเองค่ะ เริ่มจาก หาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต วางเส้นทางการเดินทาง จุดท่องเที่ยวที่อยากไป จองที่พักซื้อตั๋วเครื่องบิน และไปซื้อตั๋วรถไฟ แบบswiss pass 8 วันเมื่อไปถึงที่สนามบินจะได้เซพค่าเงินได้อีกหน่อย |

|
ตั้งใจว่าจะเที่ยวแบบเศรษฐกิจพอเพียงนี่คะ เลยต้องออกแรงกันหน่อย แต่ก็สนุก จริงๆเลย กลับมากระปรี้กระเปล่าขึ้นอีกเยอะ เหมือนได้ชาร์ตแบตมาเต็มพลัง ทีนี้ไม่ว่าให้ทำอะไรสู้ตายค่ะ |
ถึงแม้บางวันจะทำได้แย่มากๆตกรถ พลาดเรือ ยังไม่ถึงกับตกเครื่อง แต่ก็เกือบไป แต่บางวันก็ภูมิใจสุดๆ ทำได้โอเวอร์สเก็ตดุล ถึงจะเสียใจเสียดาย แต่แป็ปเดียวก็หายเพราะถือว่างานนี้มาเที่ยวยังไงก็มีแต่ได้กำไร ประสพการณ์ชีวิตอยู่แล้ว แค่นี้ก็รู้สึกว่าคุ้มสุดๆแล้ว 8วัน 6คืนเส้นทางที่แพลนเอาไว้คือ lucern interlaken thun bern montreax lausanne zermatte lugano st.moritz st.gallen zurich แล้วมาดูกัน how i can make it. |

|
ออกจากที่พักกลางดึกวันที่24 รถขับผ่านย่านราตรีกลางซอยทองหล่อ โอมายกอด ทั้งรถทั้งคนเต็มถนน นี่มันจะวันใหม่แล้วนะ ไม่หลับไม่นอนกันหรือไง คนขับบอกนี่ยังน้อยนะบางวันรถติดยิ่งกว่ากลางวันอีก เห็นเราตื่นเต้นเพราะไม่เคยออกมาดูโลกกลางคืนนานแล้ว จัดแจงชี้ให้ดูเล่าให้ฟังใหญ่ เอกมัย เอย รัชดาเอย ที่ฮิตทั้งนั้น แค่นี้ก็ตื่นเต้นตั้งแต่ยังไม่ทันออกจากเมืองไทย ไปตั้งหลักกันที่ สุวรรณภูมิแอร์พอตก่อนดีกว่า
|

|

|
Bangkok International Airport ของเรา สะอาดเรียบร้อยขึ้นกว่าครั้งที่เปิดใหม่ๆแต่ห้องน้ำยังมีน้อยและดูไม่สะอาดอยู่ดี มี แห่งละ3 ห้อง กระดาษทิสชู่ใช้แล้วล้นทุกห้อง ว่าไหมผังแอร์พอรต์ของเราคล้ายที่ดูไบ welcome to tomorrow คือเรียบง่าย |
แม้จะมีคนบ่นว่าเดินไกล โถ แค่นี้คงไม่ต้องถึงกับขึ้นรถไฟฟ้าไปรับกระเป๋า หรือเวลาจะออกไปขึ้นครื่องเหมือนที่zurich หรอก ที่zurichสนามบินใหญ่มาก ควรมาก่อน2 ชั่วโมง ขอบอก มาช็อบของฝาก กันที่นี่แหละดี |

|

|
เครื่องบินบินต่ำหรือทิวเขาสูงเสียดฟ้า เราจึงรู้สึกเหมือนอยู่ใกล้กันจัง ใกล้ถึงสวิสแล้วซิ การบินไทยของเราบินตรง ลงจอดที่zurich ค่ะ ประมาณ12 ชั่งโมง ถ้าไม่อยากนั่งรวดเดียวนานๆสายการบิน emirate สต็อปที่ดูไบ ได้เดินเล่นสัก2 ชม ช็อบของไอทีได้ค่ะ |

|
หน้าหนาวกลางวันสั้นมาก สามารถถ่ายรูปชมวิวได้สวย ตั้งแต่11.00-16.00 เท่านั้น ลงเครื่องลากกระเป๋าขึ้นรถไฟ ผ่านzurich ประมาณ1 ชม ก็ถึงlucern ระหว่างทางไปที่พักได้เดินข้ามสะพานไม้เก่าแก่ที่สุดของยุโรป สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่14ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง Chapel Bridge ภายในบนโครงหลังคามีภาพเขียน เป็นระยะ |
ชมเขื่อนกั้นน้ำ โบราณที่ใช้แรงงานคนสร้าง เดินเล่นถ่ายรูปริมทะเลสาป เศษขนมปังจะเรียกswan ที่อยู่ในทะเลสาบให้มารวมกันได้ แต่ชอบสะพานไม้อันที่อยู่ถัดไปมากกว่าค่ะ ภาพเขียนสวยกว่า แต่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักกันเท่าไหร่นัก |

|
ไม่ไกลจะเป็นKKL Building สร้างโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศษ JEAN NOUVEL ในสไตล์โมเดิร์น คือเป็นกระจกใสๆ ถือเป็นอินเตอร์เนชั่นแนลมาสเตอร์พีชอีกชิ้นหนึ่ง สถานีรถไฟที่เรียกว่า Banhof ท่าเรือล่องทะเลสาบ สะพานคาเปล แหล่งช็อบปิ้ง จุดชมวิวบนกำแพงเมืองเก่า สามารถเดินถึงกันได้ค่ะไม่ไกล |

|

| โรงแรมหรูๆที่ถูกยกย่องเป็นtraditional hotel เนื่องจากยังคงรักษาสภาพของต้นศตวรรษที่20 ไว้ได้อย่างดี และคงไว้ซึ่งบริการดีเยี่ยม ต้องยกให้ Schweizerhof in luzern ก็ตั้งอยู่บนริมฝั่งของทะเลสาบนี้ค่ะ ชมความสวยงามได้ตั้งแต่บริเวณหลังคาล็อบบี้ มาช่วง Christmas พอดีร้านค้าเลยปิดกันหมด แต่แค่วินโดว์ ก็เดินได้อย่างเพลิดเพลินแล้วค่ะ |

| เวลาเหลือก็ไปชม อนุสาวรีย์สิงโต สัญลักษณ์ของความเศร้า เกี่ยวกับทหารรับจ้างชาวสวิส รายละเอียดให้ไปอ่านได้จากแผ่นหินที่อยู่ด้านหน้า มีไพรเวท มิวเซียม ด้วย ทัวริสมาถ่ายรูปกันตรึม ศรีษะดำพรึดไปหมด
บริเวณเมืองเก่าก็จะเห็นเพนท์ติ้งสวยๆตามตัวตึก ตลอดทาง |
ยังไม่เจอหิมะเลยค่ะ ในตัวเมืองเขาว่าปีนี้หิมะมาช้ากว่าทุกปี ต้องขึ้นเขาแล้วค่ะ ตั้งใจขึ้น ทิสลิส เพราะมีกระเช้าที่หมุนรอบตัวได้เป็นแห่งแรกของโลก เช้าก็นั่งรถไฟไป ลงengelberg car-free shoping area และ cheese show house ยังไม่มีโอกาสรับประทาน swiss cheese fondue เลยขอเก็บไว้ก่อน |
|
แล้วต่อกระเช้าไปยอดเขาทิสลิส ระหว่างทางวิวสวยมาก ได้เห็นเกร็ดน้ำแข็งบนยอดไม้อย่างใกล้ชิดขาวโพลนไปหมด สวยจริงๆค่ะ แต่สวยอย่างไรก็อย่าถึงกับเปิดกระจกรถไฟถ่ายรูปเหมือนเอเชียบางคนเลยนะคะ เกรงใจคนอื่นๆที่นั่งในรถบ้าง ต้องผวากับอากาศเย็นเป็นระยะๆ
|

|
|
นอกจาก กระเช้าหมุน แล้วบนยอดเขาก็มี ice flyer chairlift ให้นักท่องเที่ยวและนักสกีได้fly overชมธารน้ำแข็งอย่างจุใจและนำไปสู่ glacier parkและถ้ำน้ำแข็งด้วย จากยอดเขาทิสลิสจะมองเห็นจุงฟราวยอร์คที่เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดได้อย่างชัดเจน |
|
อ้อ จากengelberg เดินไปต่อรถbus จึงถึงที่ขึ้นกระเช้า สามารถเช่าชุดรองเท้าสกี จากที่นี่ได้ถ้าไม่ได้เตรียมมา มีคอร์สสอน ตั้งแต่เด็กถึงผู้ใหญ่ทุกระดับขั้น ต้องโทรนัดครูก่อน แล้วไปเจอกันที่ลานสกีเลยค่ะ |
|
ทิสลิส จะมาโดยรถไฟ แล้วล่องเรือกลับ luzern ก็ได้ แต่ต้องเช็คเวลาดีๆ เพราะหน้าหนาว มีเรือเปิดทำการบริษัทเดียว ทะเลสาบเต็มไปด้วยหมอก จะไม่ค่อยเห็นอะไร |
|

|
| มีsledsให้เล่น นั่ง แล้วก็ปล่อยลงมา ตามslope ของหิมะเป็นที่สนุกสนาน ถึงให้เล่นฟรีก็ไม่เล่นค่ะ หวาดเสียว |

|
กระเช้าแรกเป็นกระเช้าเล็ก gondolars นั่งได้เต็มที่6 คน ผู้ร่วมตู้เป็นเด็กหนุ่มสาวจากเยอรมัน ตอนใต้ ตั้งใจมาเปลี่ยนที่สกีสัก2-3 วัน ดีนะมีคนนั่งด้วยไม่เหมือนขากลับ นั่งคนเดียวเลย สูงลิบ แถมเวลาออกตัว กระชากด้วย |

|
| แล้วก็มาเปลี่ยนเป็นกระเช้าหมุนรอบตัวที่ว่า เป็นกระเช้าใหญ่จุคนได้เยอะขาไปแน่นเอียด ถ้าไม่หมุนรอบตัวคงไม่ได้เห็นอะไร มีพนักงานขับกล่าวต้อนรับอย่างดี พื้นหมุนนะคะไม่ใช่ตัวกระเช้าหมุน จะถ่ายรูปกับข้อความภาษาไทย เขียนว่า ยินดีต้อนรับ..เคเบิลแรกของโลกที่หมุนรอบตัวได้ กว่าจะได้ ไม่รู้ป้ายหมุนไปถึงไหนแล้วสงสัยคนถ่ายคิดว่าเราเป็นจีนไม่ก็ญี่ปุ่น
|

|
นั่งพักผ่อน ตากแดดชมวิวสบายๆ ทานอาหารกลางวัน มีอาหาร ผัดร้อนๆขายบนนั้นค่ะ หอมหน้าทาน mah mee ไม่รู้อาหารชาติไหนมีเส้น ผัก และ ไก่ ราคาก็ทัวริส
|
|

|
ขากลับไม่มีคนเฝ้ากระเช้าเลย อันไหนมาเชิญตะกายขึ้นไปนั่งเองตามสะบาย สงสัยคนไปเที่ยวทะเลสาบ trubsee กันหมด
|

|
ทริปนี้ใช้เวลาประมาณ 4 ชม ขากลับเปลี่ยน รถไฟ ผ่านinterlaken เป็นเมืองเล็กๆ ระหว่างทะเลสาบ2 แห่ง แพลนพัก ที่นี่ถึง2 คืน วิวสวยมาก เพราะเป็นเส้นทาง scenic route รถไฟ เป็นpanorama มองเห็นวิว2ข้างทางชัดเจน ยังไม่มืดเลยไป เมืองthun ดีกว่าตัวเมืองเก่าและ แหล่งช็อบปิ้งเป็นตึก2 ชั้นหันหน้าชนกัน มีระเบียงให้คนเดินยาว ร้านอาหารน่ารักๆก็อยู่แถวนี้ วินโดว์ช็อบอีกตามเคย
|

|

|

|

|

|

|

|

|

|

|

|

|
| ท้องฟ้ามืดอย่างรวดเร็วไม่เป็นไร ไป ทานอาหารเย็น ที่เมืองหลวง ของ สวิสเซอร์แลนด์เสียหน่อย กรุง เบิร์น นะเอง ออกจากสถานีรถไฟ เดินข้ามลานกว้าง กระโดด ขึ้น tram รถราง สาย2 หรือ3 นี่แหละ
|

|
ด้วยความรีบร้อนเห็นรถมาพอดีเลยขึ้นผิดทางเสียนี่ ไม่เป็นไรเขาบอกให้อยู่บนรถนี่แหละเดี๋ยววนกลับไปใหม่ ได้ชมเมืองไปโดยปริยาย ไปชม cathedral เห็นความสวยงามมาแต่ไกลเพราะใหญ่มาก กำลังซ่อมแซมโครงสร้าง ถามว่า แล้วขากลับกลับสายอะไร เขาตอบว่ารถทุกสายจะกลับมาที่ banhof ขอบคุณ
|

|

|
เมืองหลวงก็ตามสไตล์ บ้านเมืองเจริญทันสมัย เดินชมส่วนที่เป็นเมืองเก่าที่ยังอนุรักษืไว้ได้เป็นอย่างดี บ่อน้ำพุกว่า10บ่อที่สวยงาม ถนนคนเดินให้ระเบียงยาวกว่า6 กิโลเมตร ยาวมาก ที่สวิสนี่ทุกเมืองจะให้ความสำคัญกับทางคนเดินจริงๆกว้างขวางเดินสบายไม่ต้องคอยระวังมอเตอร์ไซด์ หรือหลบหลุมหลบท่อ
|

|
ปัจจุบันเป็นร้านค้าบริษัทต่างๆ ซุ้มประตูเมืองหอนาฬิกาดาราศาสตร์ สวยงามค่ะถ้า มากลางวันก็คงไปชมบ่อเลี้ยงหมี ที่เป็นสัญลักษณ์ของกรุงเบิร์น และไปจุดชมวิว ถ่ายภาพคุ้งน้ำและตัวเมืองเก่าได้ แต่วันนี้ long day ค่ะ กล้องหมดสภาพ อีกแล้ว
|
| ถนนหนทาง ที่ interlaken และอีกหลายๆที่ ใช้นโยบายประหยัดพลังงาน เดินผ่านไฟถึงจะติด สว่างให้ค่ะ ในบริเวณทางเดินของโรงแรมก็เช่นกัน เป็นแนวคิดที่ดี สามารถทำให้พวกงัดแงะตกใจได้ด้วย |
|
แล้วก็มีเหตุให้ต้องกลับไป lucern อีกจนได้ ทำให้ schedule บ็องๆชอบกล |
|
เช้านี้ก็เลยได้ไปล่องเรือ ชม ทะเลสาบ รับประทานอาหารกลางวันบนเรือได้ อากาศเต็มไปด้วยหมอก ตอนบ่ายอาจจะมีแดดบ้าง นั่งชมวิวไปเรื่อยๆ ไปขึ้นที่ rigi เลย ยอด เขาrigi เป็นอีกที่ๆมีรถไฟขึ้นไปถึงยอด เขา ขาไปได้ร่วมทางกันซุปเปอร์สตาร์ เห็นสื่อตามสัมภาษณ์กันเป็นพรวน ขากลับจะกลับโดยเรือทางเดิมก็ได้ แต่เรากลับbus ดีกว่าได้ชมเมืองด้วย |
|
rigi เป็น เมืองหรือวิลเลจ ไม่แน่ใจ ขนาดเล็ก มี โรงแรมอยู่4 แห่ง แต่ที่เห็นมี chalet สวยๆ หลายแห่งทีเดียว ค่าครองชีพน่าจะไม่สุงเท่าluzern รถบัสจะมาหลังเรือออกนิดหนึ่งค่ะ ผู้คนที่นี่ไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษกันเลย แต่อัธยาศัยดีมากๆเกือบแย่แน่ะ เพราะหน้าหนาวทั้งรถทั้งเรือลด ตารางเหลือเที่ยวเดียว ถึงrigi จะน่าอยู่เหลือเกินบ่ายนี้ก็ต้องไปให้ถึงจุงฟราวให้ได้ด้วย |
|
|
|
แล้วก็ถึงหมู่บ้านเล็กๆชื่อgrindelwald คล้ายชื่อตรอกใน Harry potter ถ้าจำไม่ผิด ชอบที่นี่มากที่สุดในทริบนี้just step away you will be in the village ผู้คนกำลังออกมาเดินเล่นทานอาหาร ไม่เงียบเหงา และไม่หนาแน่นเกินไป |
restaurant บางแห่งมีบาร์ขายอาหารเครื่องดื่มอยู่ด้านหน้าด้วย เรียกคนได้ไม่ขาดสายเพราะมีheater ให้ด้วย อาหาร ของที่ระลึก ราคาไม่แพงเท่าในเมือง ที่พักมีตลอด2ข้างทาง เดินไปสุดทางแนะนำโรงแรมสวยน่ารักซ้ายมือค่ะ ทิวทัศน์สวยงามด้วยยอดเขาไอเกอร์ไม่แพงแล้วเป็นจุดขึ้นลงจุงฟราวด้วย |
อีกจุดที่เป็นทางขึ้นลงจุงฟราวคือlauterbrunenเปลี่ยนขึ้นรถไฟcogwheel ไต่เขาสูtop of europe สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์3545 เมตร |
เพื่อสัมผัสความงดงามของจุงฟราวยอร์คยอดเขาที่ได้รับการยกย่องให้เป็น1ในมรดกโลกทางธรรมชาติจากความบริสุทธิของ อเลิทร์ช กลาเซียร์ที่ยาวถึง22 กิโลเมตร ชมไอซ์พาเลสถ้ำน้ำแข็งที่งดงามจุดชมวิวที่สถานีตรวจสภาพอากาศสฟิงซ์จุดสุงสุดที่สัมผัสยอดจุงฟราวได้แต่ไม่ใช่ยอดเขานะจ้ะ |
lauterbrunen สิ่งที่น่าแวะชมที่นี่คือ น้ำตกขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ไม่ไกลมากนัก แต่หน้านี้ เราจะเห็น ก้อนน้ำแข็งธรรมชาติ เป็นรูปน้ำตกแทน ก็อุณหภูมิติดลบนี่คะ |
ที่นี้ก็มุ่งตรงสู่
montrouxเลยดีกว่า ทางเส้นนี้เรียกได้ว่าเป็นscenic route ที่สำคัญ ขนาดมีรถไฟขบวนพิเศษ ตกแต่ง สไตล์ classic vintage คนนั่งต้องแต่งกายประมาณเสื้อลูกไม้สวมสร้อยมุก ถุงมือ ถึงจะเข้ากัน โดยเฉพาะช่วง fall แต่ส่วนตัวชอบเส้นทางอื่นมากกว่า
|
|
|

|
วันนี้เราจะพักกันที่ vevey เป็นเมืองอยู่ระหว่าง montreux กับ lausanne เป็นที่ๆมีตลาดคริสต์มาสเก่าแก่ที่สุด ยังเห็นร่องรอยอยุ่บ้าง เป็นเมืองที่น่ารัก น่าพัก อยุ่ริมทะเลสาบ Geneve Riviera รายล้อมด้วยโรงแรม ทาวเฮาส์ วิลล่า รวมทั้งสปา รีสอร์ท ของ montreux และ veveyเป็นที่ดึงดูดผู้คนที่มีชื่อเสียงมากมาย มาแล้วต้องแวะถ่ายรูปกับรูปปั้นชาลี แชพปลิ้นด้วย
|

|
เย็นนี้เรามี chocolate fondueแสนอร่อย รับประทานกันout door แกล้มกับ red wine ในคืนอากาศเย็นๆ อย่างนี้ แต่ต้องมีheater ให้ด้วยนะ
ได้ความรู้ว่าwine ที่ทานกับช็อกโกแลตได้นั้นต้องเป็นwine ชนิดพิเศษที่จะเบรครสหวานของช็อกโกแลตได้อย่างดี ช็อกโกแลตและไวน์ อร่อยอย่างนี้หาได้ที่นี่เท่านั้นค่ะ
|

|
นอกจากนี้Montreux ยังเป็นที่ตั้งของ Historic Building ที่มีชื่อเสียงChateau de Chillon กระโดดขึ้นรถบัส ฝั่งข้ามสถานีรถไฟ veveyก่อนที่แสงพระอาทิตย์จะตกทะเลสาบซะก่อน ลัดเลาะชมเมืองไปตามริมฝั่ง บัสจะจอดหน้าชีลอนพอดีจุดถ่ายรูปเลยค่ะ
|

|

|
เข้าไปชมความงามภายในกันนะคะ เป็นชาเตอร์ที่ได้รับการดูแลอย่างดี สร้างจากหินเป็นแท่งๆเลย ที่สำคัญห้องน้ำ โมเดิร์น สะอาด รับนักท่องเที่ยวจริงๆ ส่งคู่มือมาให้แผ่นหนึ่ง แล้วเดินตามตัวเลขวกไปวนมา แล้วเราจะได้จะได้ดูครบทุกห้องเองค่ะ เข้าใจออแกนไนซ์ สุดท้าย ไคล์แมกซ์ มีบันไดให้ขึ้น 2-3 ชั้นก็แล้วยังไม่หมด บันไดก็ทั้ง เล็กและแคบ เรียง1 วันเวย์ เท่านั้น
|

|
| พอไม่มีใครเห็น เอาละนะ มือซ้ายขมวดโค็ทหนัง ตัวยาวไม่ให้พันขา วันนั้น ดิฉันพอดีใส่กางเกงขายาวสีแดงลายกบค่ะ ใครได้เห็นเป็นบุญตาจริงๆ มือขวาถือกระเป๋าและเอาไว้เกาะราวบันไดกันพลาด ค่อยๆ กระดืบขึ้นไป เออ ทำไมไม่มีที่ฝากเสื้อโค็ท ในที่สุดก็มาโผล่ กลางห้องชั้นบนสุด ได้ชมวิวโดยรอบทุกมุมเลยค่ะ มาแล้วห้ามพลาดนะคะ จริงๆ
|
ขากลับ ให้เดินกลับ ทางเลียบทะเลสาบ จะผ่านจุดชมวิวหลายๆจุด ประมาณ40 นาที ทางเรียบเดินเรื่อยๆก็ไม่ไกลค่ะ ถนนหนทางที่สวิส เนื่องจากภูมิประเทศเป็นภูเขาแม้แต่ถนนเดินช็อบปิ้งในเมืองก็จะขึ้นๆลง เจอมาแล้วหลายที่ ได้ขึ้นลิพต์ ขึ้นรถราง บริเวณที่ชันมากๆก็บ่อย คนสวิส นี่แข็งแรงกันจริงๆ
| 
|

|

|

|

|

|

|

|

|

|

|

|

|

|

|

|

|

|
ถึง montreux ก็เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวแวะกันเยอะมาก แต่โรงแรมใหญ่ๆ หน้านี้ ปิดค่ะ คงขึ้นเขากันหมด ไปเย็นที่ lausanne เลยดีกว่า
|

|
Olimpic Capital แห่งนี้มีเขตเมืองเก่าที่กว้างใหญ่ cathedral สไตล์โกธิค ที่สวยงาม ถนนคนเดิน ที่มีเสน่ห์ ร้านค้าส่วนใหญ่ ออนเซลล์ ไม่บอกด้วยว่าสโลฟชันมาก จุดท่องเที่ยวดูเหมือนใกล้ๆ แต่บวกสโลพเข้าไปด้วย ก็เอาการอยู่
|

|
ถนนสะพานพาดข้ามไปมาสูงลิบ เห็นคนเร่ร่อน?ออกมาก่อฟืนผิงไฟแก้หนาวกันบนสะพาน น่าแปลกใจ ในเมืองวุ่นวายนัก ออกไปหายใจแถบouchyดีกว่า เป็นท่าจอดเรือริมน้ำ ที่น่าสนใจเรียกว่า exciting waterfront จุดเด่นอีกที่ของเมืองนี้
|

|
วันนี้ตื่นแต่เช้าต้องเดินทางไกลค่ะ ร้านค้ายังไม่ค่อยเปิดร้าน ช็อกโกแลต ที่เล็งไว้ว่าจะซื้อกลับเมืองไทยก็ยังไม่เปิด ถ่ายรูปกับ แชปปลิ้นเสร็จ ได้เวลารถไฟ ออก แปลนไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วตารางวันนี้ต้องเป็ะ ห้ามพลาด เด็ดขาด มุ่งหน้าสู่ zermatt เมืองสกีที่สวยงามที่2 แต่ส่วนตัวคิดว่าที่สุด
|

|

|

|

|

|

|
the little matterhorn ที่อยู่ตรงข้ามเป็นสถานีรถไฟ ที่สูงที่สุดของเทือกเขาแอล์ป ชมพานอรามิกวิวได้ที่นี่ ระหว่างทาง ทิวทัศน์เป็นหุบเขาสูงชัน และ แนว กลาเซียร์ แปลกตา รถไฟ แล่นอย่างช้าๆ คนสวิสเขาถึงภูมิใจกับทางรถไฟของเขามาก การก่อสร้างคงจะลำบากน่าดู
|

|
เส้นทางที่มีชื่อเสียงของสุดยอดทางรถไฟ คือ gracier express
สัญลักษณ์คือเป็นรถไฟสีแดงแล่นบนสะพานเชื่อมระหว่างเขา สูงลิบ ที่zermatt ก็จะมี matterhorn ที่เป็นเอกลักษณ์ นักปีนเขาจะรู้จักดีว่า เป็นที่ที่ปีนยากและอันตรายมาก ก็ดูตัด เรียบซะขนาดนั้น ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับปีนเขาคือ กลางกรกฏาคมถึง กลางกันยายน
|

|
มีโรงแรมที่น่าสนใจอีกที่หนึ่งชื่อ igloo จะได้นอนในถ้ำน้ำแข้งคล้ายๆที่ฟินแลนด์ แต่ต้องต่อรถไฟไปอีกแล้วก็เดิน ลุยหิมะไปอีก สนนราคาแพงมาก เข้าไปแล้วต้องพักและรัปประทานดินเนอร์ของเขาด้วย เจ้าหน้าที่บอกจะไป ต้องไปเปลี่ยนเป็นรองเท้าลุยหิมะมาก่อน เวลาไม่พอ เลยอด
|

|

|

|

|

|
|
ออกจากรถไฟ จะมีรถม้า บริการขนกระเป๋าให้ถึงโรงแรม หรือจะใช้ลีโมของโรงแรมนั้นๆได้ ที่นี่แผงรายชื่อห้องพัก available ถ้ายังไม่มีที่พัก เห็นที่ไหนไฟเขียวยกหูโทรศัพท์สอบถามได้เลย ทัวริส ออฟฟิต ที่นี่ต้องแวะ ปิด 11.00 น ค่ะ พอดีได้ช็อกโกแลต ติดมือออกมาด้วย เดินไปเคี้ยวไปอย่างเพลิดเพลิน เส้นทางลาดชันอีกแล้วกำลังจะหมดแรง เหลือบไปเห็น babyเดินเตาะแตะ เกาะรถเข็นลงมา ใส่หมวกชุดหมีโผล่มาแต่หน้าน่ารักมาก ดังนั้น อย่าอายเด็ก ฮึดๆ
|

|

|

|

|

|

|

|
|
ดื่มด่ำกับธรรมชาติ และความขาวโพลนของสโนว์จนพอใจ เวลาเหลือช็อบปิ้งของที่ระลึก ต่ออีกหน่อย ได้เวลาขึ้นรถกลับทางเดิม เปลี่ยนรถหลายจุดมากในที่สุดก็มาถึงlugano เมืองนี้ต้องนั่งรถราง ชันมาก ลงถึงใจกลางเมืองเลย ได้ขึ้นๆ ลง ซะ4 เที่ยวสนุกดี ตอนกลางคืนยังไม่ดึกเท่าไหร่ เดินเล่นแถวริมทะเลสาบ เล็งไว้ว่าเช้าจะได้มาถ่ายรูป รองท้องด้วยเบอร์เกอร์คิงสักหน่อย ก็จากบ้านมาตั้งหลายวันแล้วนะ ซ็อสที่นี่ต้องซื้อเพิ่มค่ะ ไม่ได้ให้หยิบฟรี เหมือนบ้านเรา
|

|

|
แพลนพรุ่งนี้คือ นั่ง benina bus เข้าอิตาลี แล้วข้ามบรอดเดอร์ เข้าสวิสอีกที จนถึง St.Moritz รถออก 11.00น เช้าทานอาหารเช้าเสร็จก็ออกมาเดินเล่น ถ่ายรูปสบายๆ มีร้านค้าจนถึงห้างใหญ่ minos ตลาดสด ราคาของไม่แพง มีตลาดนัดขายของแอนทีควันเสาร์ด้วย ร้านอาหารคนจะออกมานั่งทานอาหารข้างนอกตากแดดอุ่นๆ สบายๆ
|

|

|

|

|

|

|

|
|
ระหว่างทางผ่านทะเลสาบเป็นระยะๆ ชมวิว2 ข้างทางไปเรื่อยๆ แวะจอด ยืดเส้นยืดสายใน อิตาลี 30นาที ได้เดินชมเมืองเก่า ตลาดนัด ควรเข้าห้องน้ำในร้านกาแฟ ค่ะ รถนั่งสบายกระจกพานอรามิกด้วย พอเข้าสวิสอีกครั้งเส้นทางจะเริ่มวกวนไต่ตามไหล่เขา รถวิ่งสวนกันต้องหยุดรอเป็นระยะๆ คนตัดถนนก็เก่งอีก
|

|

|
บัสจะใช้เวลาประมาณ3 ชม แต่ถ้ามารถไฟ จะใช้เวลามากกว่า และต้องเปลี่ยนต่อรถหลายช่วง ระหว่างทางเจอ2 สามี ภรรยา ชาวญี่ปุ่น บอกว่าเขาไม่ชอบst.morits เขากำลังไปเมืองก่อนถึง ที่เขาชอบมากกว่า เราไม่ได้แวะเพราะกลัวจะใช้เวลามากไป คืนนี้ต้องไปให้ถึงzurich ก่อน 4 ทุ่ม เคอร์ฟิว ดูตารางแล้วฉิวเฉียดมาก
|

|

|

|

|

|

|

|

|
|
St .Moritz ถึงแล้วเมืองสกีอันยิ่งใหญ่ขึ้นชื่อ ที่สุด ที่พัก เต็มเหยียด ร้านค้า2 ข้างทางแบรนเนม ยังกับเดินแถวSak avenue ก็ไม่ปาน ยกเว้นเส้นทางลาดชัน ทำให้กะเวลาไม่ถูกจริงๆ ร้านอาหาร ผับ ดนตรีครึกครื้น เป็นเมื่องที่มีactivity hi tech ให้เล่นทุกอย่าง
|
กีฬาหน้าหนาวที่เมืองร้อนอย่างเราไม่มี ที่น่าสนใจ เช่น
OLYMPIC BOB RUN :TAXI ride,incl.photo,pin&certificate 210 chf.
Fight :round trip flight bernina 20 min 180chf /person minimum4 person.
Paragliding and hang-gliding from10-am-4 pm from corviglia mountaintop 240 chf/person exclusive photo and video.
Sleding for entire family about 402km run from muottas to punt muragl .sledges can rent at the buttom of the muottas muragl funicular. open everyday from 9.40am -4.10pm
|

|

|
|
นอกจากนี้มี MAGAZINE โลโก้ โปรดักส์ของตนเอง ภายใต้นิยาม top of the world รีสอร์ทโรงแรมระดับ5 ดาว สนามบินส่วนตัว
St.Moritz :the oldest winter resort in the world ได้นิยามมาด้วยฉะนี้
|
ทะเลสาบกลาบเป็นลานสกีให้เด็กๆลงไปเล่น กัน เล่น สไลด์ ลากเลื่อนกันได้ที่นี่ พลาดรถไฟไปตั้ง2 หน เหมือนกับจะให้อยู่ที่นี่ให้นานที่สุด หนสุดท้ายเลยได้ไปเดินเล่น ริมทะเลสาบน้ำแข็ง คลุกน้ำแข็งใส เสีย เกือบ 20นาที
|

|

|

|

|
แต่เมื่อรถยนต์มาถึง และผู้คนหนาแน่น เรื่องของรถติด และพอลลูชั่นก็เป็นเรื่องที่ตามมา แต่ที่นี่ก็มีชื่อในเรื่องของ pure energy เป็นเรื่องของการนำพลังงานจากธรรมชาติมาใช้ทั้งหมด มีทริป พาชมด้วยค่ะ
|
รถเที่ยวสุดท้ายแล้วถ้าตกอีกทีได้นอนที่นี่แน่
ถึงzurich ถนนคนเดินย่านเมืองเก่า คึกคัก เต็มไปด้วยร้านอาหาร ผับบาร์ ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยว ก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบ lind chocolate factory ,spageti factory ,cheese factory รวมทั้ง historic place ทั้งหลายหาได้ที่นี่ แต่แต่อยากไป st.gallen ใครห้ามก็ไม่เชื่อ ก็ยังดื้อจะไป |

|

|

|

|

|

|

|

|
|
นั่งรถไฟไปแต่เช้า 2 ข้างทางได้เห็นทุ่งหญ้าสีเขียว สโนว์ยังมาไม่ถึง แล้วก็จริงๆด้วย ทุกอย่างปิดหมดเพราะเป็นวันอาทิตย์ กลับมาเช็คอินที่ AIRPORT จริงๆแล้วสถานีรถไฟใหญ่ๆเกือบทุกที่ มีบริการฝากกระเป๋าและเช็คอินค่ะ แต่เหมาะกับคนอยู่ที่ใดที่หนึ่งนานๆ ไม่ใช่ร่อนไปทั่วอย่างเรา
|
ใช้เวลาเกินคาด ว่าจะเข้าไป zurich ที่ห่างจาก สนามบิน เพียง15 นาที อีก ซักหน่อย เลยอด เวลาเหลือเฟือเลย เดินเล่นอยู่ที่แอร์พอตนี่เอง เสียดายเพราะ เครื่องดีเลย์ไปอีกตั้ง30 นาทีได้โอกาสใช้เศษเหรีญเงินฟรัง ให้หมด เพราะเขาไม่รับแลกคืน
|

|

|

|

|
ขาไป อัตราแลกเปลี่ยน อยู่ที่29.8 ขากลับ อยู่ที่30.3 ขาดทุน ไปอีกหน่อย งานนี้ จบค่ะ กลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ คราวหน้าจะcountdownบนฟ้า
|
แหล่งข้อมูล: www.myswitzerland.com
www.lonelyplanet.com
www.swisstravelsystem.ch
|
|